MAY 2017

จากที่เคยบันทึกไม่ประจำวัน มาวันนี้เลยเขียนบันทึกประจำเดือนซะเลย ต้องเขียนบ้างเพื่อจัดระเบียบความคิดในหัวอะ มันยุ่งมาก พฤษภานี้ก็เป็นเดือนที่ค่อนข้างยุ่ง…

  • เปิดเทอมเป็นช่วงที่ยุ่งยากพอสมควร จริง ๆ ต้องเตรียมตัวเตรียมงานตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมเลยด้วย ปลายเมษาก็เตรียมค่ายสำหรับเด็ก ๆ ป.1 ห้าวันเข้าค่ายก็แทบไม่ได้พักเลย อยู่กับเด็กเหมือนจับปูใส่กระด้ง คอยปรามคนโน้นทีคนนี้ที เด็กก็คือเด็ก ดุ๊กดิ๊กแทบตลอดเวลาเลย เราตื่นเต้นเพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เราได้สอนหนังสือเด็ก ๆ ตั้งแต่เทอมแรก เด็ก ๆ เขาต้องปรับตัว เราเองก็ด้วย เขาสอนให้เราใจเย็น อดทนกว่าเดิม (แต่ก็ว้ากทุกวัน) พร่ำอบรมทุกวัน ไหนจะเรื่องระเบียบวินัย มารยาทในชั้นเรียน มารยาททางสังคม สอนหนังสือให้อ่านออกเขียนได้ งานนี้จึงเป็นงานหนัก แต่ผลของงานทำให้เราภาคภูมิใจ
  • เด็ก ๆ ที่เลื่อนชั้นไปป.2 ก็มีมาเยี่ยม มาเล่นด้วย ซื้อขนมมาฝาก ทำให้เราชื่นใจที่เขานึกถึงเรา
  • เสาร์-อาทิตย์ไปอบรม ยังไม่มีวันได้ตื่นสาย ๆ เลย ถึงจะบ่นหน่อยแต่ก็ยอม เพราะยังไงก็เป็นประโยชน์ของเรา ไปเสพความรู้ ไปดูผู้คน งานนี้เลยมีโอกาสได้เจออาจารย์จากมหา’ลัย เพื่อนในคณะ แล้วก็รุ่นพี่สาขาด้วย ชื่นใจ พออะไรมันยุ่ง ๆ ก็เลยจำเป็นต้องจัดระบบระเบียบตัวเอง แล้วรู้สึกว่าเข้มแข็งขึ้นวันละนิด

100 facts about my type

นานมาแล้วมีคนเล่น ask มาถาม 100 facts about my type โห…เยอะมากนะ (คนถามลืมไปแล้วแก) จริง ๆ type เป็นเรื่องที่แวบเข้ามาในหัวแล้วก็หาย ๆ แต่ไงก็เถอะ จะกล่าวถึง 100 ข้อ (ถึงไหมนะ) ไม่ได้หมายความว่า 100 ข้อเนี่ยรวมอยู่ในคนคนเดียวอะ (ผิดมนุษย์มนา) เอาเท่าที่นึกได้ละกัน

  1. มือสวย นิ้วเรียวยาว เป็นเอามาก แบบชอบมองมือชาวบ้านเขา อยากมือสวยเหมือนกัน
  2. สุขุม ไม่ได้แปลว่าสุขุมตลอดเวลานะ เพียงแต่จะปลื้มมาก ๆ กับคนที่วางตัวสุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่ ดูภูมิฐาน
  3. สะอาดสะอ้าน ส่วนมากสะอาด มีระเบียบเรียบร้อย จะได้ดุเราได้
  4. เล่นดนตรีเป็น ไทยหรือสากลก็ได้ เพราะเราเล่นอะไรไม่เป็นสักอย่าง
  5. ว่ายน้ำเป็น จะได้สอนเรา รู้สึกว่าคนที่ว่ายน้ำเป็นอะเท่มากสำหรับเรา นอกจากว่ายน้ำ กีฬาอย่างอื่นก็ได้นะ เพราะเราไม่ค่อยเล่นอะไรเลย
  6. รักการออกกำลังกาย จะได้พาเราไปออกกำลังกายด้วย
  7. รักการอ่าน ไม่จำเป็นว่าต้องรสนิยมคล้าย ๆ กัน อ่านที่ชอบ ๆ แล้วแบ่งปันเรื่องราวกันไรงี้
  8. รักการดูหนัง
  9. รักการฟังเพลง
  10. ขยันมากกว่าจะขี้เกียจ จะได้พาเราขยันด้วย
  11. ชอบดูงานศิลปะ จะได้ไปเสพศิลป์ด้วยกัน
  12. รักษ์ธรรมชาติ คืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราสามารถทำได้เพื่อธรรมชาติ ก็จะทำ อย่างน้อยคือต้องมีจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติด้วย
  13. ไม่ดูดบุหรี่ ได้กลิ่นบุหรี่ที่ไหนแล้วเราจะปวดหัวทันที
  14. ไม่ดื่มเหล้า ไม่อยากให้เป็นเหมือนพ่อเราอะ
  15. รักครอบครัว จะสังเกตเวลาเขาคุยหรืออยู่กับคนที่บ้านแล้วเป็นยังไง อบอุ่นไหม
  16. อบอุ่น อ่อนโยน ไม่พูดหยาบ (อาจจะพูดบ้างกับคนคุ้นเคย แต่รู้ว่าใครพูดด้วยได้ ใครไม่ควรพูดด้วย)
  17. ไปวัดไปวาได้ ที่บ้านแม่กับยายเราชอบพาไปทำบุญ จะได้ไปทำบุญด้วยกัน
  18. ปลูกผัก กินผักเก่งจะชอบเป็นพิเศษ

ปู่

ปู่บอกว่าปีหน้าปู่ก็ร้อยปีแล้ว ไม่รู้ว่าปู่พูดด้วยน้ำเสียงแบบไหน
ทุก ๆ ปีที่เราไปเยี่ยม ปู่ตัวเล็กลงเรื่อย ๆ เดินไม่เก่งแล้ว สายตาก็ไม่ค่อยดี
ปู่ไม่อยากกินข้าว แค่เห็นก็เบื่อแล้ว แต่เราบอกจำเป็นต้องกิน ไม่งั้นคงอ่อนแรงกว่านี้
พ่อซื้อนมมาให้ปู่ เราก็ถาม ทำไมไม่ซื้อกล่องใหญ่ พ่อบอกว่ากล่องเล็กแหละ ปู่กินไม่มากเดี๋ยวกินไม่หมด
เออ นั่นเป็นความใส่ใจเล็ก ๆ ที่เราไม่ได้นึกถึง
ปู่เจอเรา ตอนเขายิ้มให้ มือยื่นมาลูบผมเรา ตอนนั้นเราเฉย ๆ แต่พอกลับมาบ้านความรู้สึกคิดถึงจู่ ๆ ทำเราน้ำตารื้น
รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยครั้งทำให้เราชื่นใจ แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเอง
เรารู้ว่าตัวเองชวนคุยไม่เก่ง มัน awkward จนรู้สึกว่าตัวเองแย่ที่ไม่รู้จะชวนปู่คุยเรื่องอะไร
ปู่บอกว่าไม่เคยเห็นทะเล เราก็อยากพาเขาไปทะเลสักครั้ง ปู่ถามว่าป้ามีลูกคนหนึ่งใช่ไหม เราก็ตอบมีสองคนแล้ว
ปู่ยังคิดอยู่ว่าค่าโดยสารจากตรงนี้ไปตรงนั้นห้าหรือสิบบาทนะ เราตอบว่าแพงกว่านั้น
จู่ ๆ ก็รู้สึกเดียวดายขึ้นมา
เหมือนเราอยู่ในโลกความทรงจำกันคนละใบ
ปู่ถามว่าจำย่าได้ใช่ไหม แล้วขอให้ย่าคุ้มครอง

GREEN

ความหวังและการเติบโต
.
.
.
.
.

‘เมื่อเธอกร้าวแกร่ง กลับเรียบเฉยกับเรื่องที่เคยอ่อนไหวเหลือเกิน เพลงที่เคยซาบซึ้งตรึงใจ บทกวีที่เคยร่ำไห้ บทละครที่แปรปรวนอารมณ์เหลือเกินกลับทำให้นิ่งสุขุมจนน่าใจหาย ดอกไม้สวยเพียงใดไม่ทำให้ภายในใจเธอแช่มชื่น ความตายของกระบองเพชรทั้งทะเลทรายไม่อาจสั่นสะเทือนความโศกเศร้าของเธอ ความน่าเศร้าอย่างหนึ่งคือเมื่อเธอรักสิ่งใดแล้ว เวลาหนึ่งเธอกลับจำได้เพียงว่าเคยรัก ทว่าก็น่ายินดี เธอว่าจะได้ไม่ต้องทรมานกับความรู้สึกนั้นอีก’
“ไง”
“หืม”
“เรามาทำให้เสียอรรถรสในการอ่านหรือเปล่า”
“ก็ไม่เชิง”
เธอปิดหนังสืออย่างเบามือ ถอดแว่น ขยี้ตา หันมามองเขาอย่างเต็มตา พ่อหนุ่มเสื้อสีเขียวมะกอกดูเป็นมิตรกับกระบองเพชรหนึ่งถาดที่เขาถือเข้ามา มันดูเหมือนคุกกี้สีเขียวที่เขาเพิ่งถือออกมาจากไมโครเวฟ บางคราวมันก็ดูเหมือนเม่นสีเขียว แปลกประหลาด แต่ใคร ๆ ก็เอ็นดูและนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น คุณสมบัติพิเศษคือดูแลง่าย ต้องการน้ำน้อย รักแสงแดด และถ้าดูแลอย่างดีก็จะผลิดอกให้เจ้าของเชยชม
“คุณบอกอยากดูแลพืช”
“เราบอกอยากปลูกต้นไม้”
“กระบองเพชรสิ ควรเริ่มจากอะไรที่คุณคิดว่าจะดูแลได้”
“คาดว่าเราคงทำมันตายทั้งถาดแน่ ๆ”
“ก็ไม่แน่”
“ดูแลง่ายใช่ไหม แต่มันก็เคยตายเพราะเราแล้วนะ”
“ดูแลง่ายน่ะใช่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทิ้งขว้างไว้ไม่เหลียวแล ไม่งั้นก็ย่อยสลายไปกับดินก่อนเวลาอันควรเหมือนอย่างที่คุณเคยเล่า”
เขาบรรจงวางถาดกระบองเพชรลงบนโต๊ะไม้สีอ่อน คราวนี้มันดูเหมือนของเล่น รูปร่างเหมือนมิกกี้เมาส์ มีขนสีขาวเล็ก ๆ ปกคลุม ยังนุ่มนิ่ม ไม่ทำร้ายมือ ไม่ปฏิเสธว่ามันน่าเอ็นดู แต่เธอกลัวเหลือเกินว่ามันจะซ้ำรอยเดิม เธอไม่อยากทำร้ายพืชชนิดนี้อีก และมันไม่ควรเสี่ยงกับการดูแลที่คาดเดาไม่ได้ของเธอ
“ไม่คิดว่าจะดูแลให้ดีกว่าเดิมเหรอ”
“ไม่รู้สิ เราก็ไม่กล้ารับปาก คุณก็รู้ว่าเราขี้เกียจระดับไหน”
“เราเชื่อว่าคุณจะขยันขึ้นแน่ถ้าคุณตั้งใจดูแลเจ้าพวกนี้”
“คุณเชื่อ”
“อืม”
จากความหวังดีและตั้งใจกล่อมให้เธอคล้อยตาม อาการมองกันเงียบ ๆ น่าจะเป็นคำตอบในทางที่ดี กระบองเพชรทั้งเจ็ดต้นจึงได้รับการตั้งชื่อตามชื่อวันในภาษาอังกฤษ ป้ายชื่อที่ปักไว้ในกระถางเคียงกับกระบองเพชรมีสีตามวันทั้งเจ็ดอีกด้วย รายละเอียดเล็กน้อยที่แสดงถึงความใส่ใจและความน่ารักนี้ทำให้เธอยิ้มได้ และถ้าเธอยิ้มบ่อย เขาเชื่อว่ากระบองเพชรน่าจะเติบโตอย่างอารมณ์ดี กระบองเพชรจิ๋วทั้งเจ็ดถูกพาไปจัดวางตรงกระถางไม้ริมช่องหน้าต่างบานหนึ่งของบ้าน เขาเดินไปหยิบฝักบัวเล็ก ๆ สีพีชมาวางไว้ใกล้ ๆ กัน
“มันชอบน้ำมากแค่ไหน เราควรรดน้ำยังไง” เธอถามพลางไล้กับหนามเล็ก ๆ อย่างเบามือ
“ไม่บอก”
“ให้เราค้นเอง?”
“อ่าฮะ”
เธอพยักหน้าเงียบ ๆ
“ความตั้งใจและความใส่ใจมันดูกันตรงนี้ก็ได้ ตรงที่เราหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราปลูก ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เพื่ออะไรรู้ไหม”
“เพื่อที่จะได้รู้จัก แล้วจะได้ดูแลอย่างถูกวิธี”
“ครับ”
“เราคงไม่ appreciate กับการดูแลกระบองเพชร”
“รู้ได้ไง ยังไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”
“เรารู้น่า”
“งั้นเราเอากลับไปเลี้ยงเอง”
“ไม่ ๆ เราจะลองดู”
“ลอง?”
“โอเค เราจะตั้งใจ”

BLUE

สุขุม ละเอียด
เป็นแรงบันดาลใจ
สบายตา ปลอดโปร่ง
.
.
.
.
.

“ถ่ายไว้ทำไมเยอะ”
“สวยนะ ชอบ เราเคยอ่านเจอในหนังสือที่เขาเก็บภาพก้อนเมฆทุกวัน ทุกวัน รูปร่างไม่เหมือนกันเลย ล้างรูปออกมา เขียนวันที่กำกับ พอแปะรวมกันแล้วเหมือนท้องฟ้าผืนใหญ่เลย เราจะทำแบบนั้นบ้าง แปะไว้บนเพดาน”
เขายิ้มตาหยีพลางหัวเราะในลำคอ เธอมองฟ้า ไม่กี่นาทีถัดมาก็ยกอุปกรณ์ถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพก้อนเมฆลงในอุปกรณ์สี่เหลี่ยม รอยยิ้มระบายหลังเสียงชัตเตอร์ หน้าม้าฟู ๆ พลิ้วอย่างขี้เกียจก่อนเธอจะหันมามองเขาบ้าง และอวดภาพเมื่อครู่
“นี่เหมือน…โดนัท มีรูตรงกลาง” ก้อนเมฆอาจทำให้เธอหิว
“ก้อนเมฆ”
“โดนัท”
“ไม่ใช่โดนัทแล้ว” เขายิ้ม ยกมือชี้ไปยังก้อนเมฆที่เพิ่งโดนเปรียบเปรยแล้วสลายจากการเป็นก้อนโดนัท
“แปลงร่างเป็น…ฟลามิงโก” เธอบอกเสียงตื่นเต้น
“เดี๋ยวก็หมดอายุ”
“…”
“เดี๋ยววันนี้มันก็หมดอายุ”
“อีกแปดชั่วโมงหกสิบนาที”
“อ่าฮะ”

ก้อนเมฆลอยตัวเอื่อย ๆ สายลมทำใบไม้กระทบกัน อากาศแห้งปนชื้น กลีบสีเหลืองของดอกคูณปลิดปลิวมาถึงขากางเกงของเขาโดยที่ไม่มีใครสังเกต
“ก้อนเมฆจะลอยไปไหน” เธอประสานมือไว้รองศีรษะ คราวหน้า วันที่อากาศดี เธอวางแผนจะพกเสื่อรองนั่งมาด้วย ยอดหญ้ามันระคายผิวเกินไป
“ไม่ค่อยรู้เรื่องก้อนเมฆน่ะ”
“มันลอยไปรวมกัน? แต่ก็พบว่ารวมกันไม่ได้? แล้วก็แปลงร่าง? …” น้ำเสียงเหมือนนักพากย์การ์ตูนพลางทำไม้ทำมือประกอบ
เขาเงียบ ไม่น่าจะเห็นด้วย

“ชอบท้องฟ้าตอนไหนมากที่สุด”
“ตอนที่ท้องฟ้ากับทะเลเป็นสีเดียวกัน” คำตอบเดียวกับหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าครั้งที่แล้วที่เขาเคยถาม
“แล้วคุณ”
“ตอนที่มืดที่สุดครับ”
“เพราะคุณชอบดูดาว”

ความสัมพันธ์สีควันบุหรี่

cobalt_blue_cover_ok2

source: readery.co

ความสัมพันธ์สีควันบุหรี่ (Cobalt Blue) // เพณิญ อ่านไม่ถึงชั่วโมงจบอะ (59 หน้า) เพิ่งได้รับหนังสือที่สั่งจาก Readery มา เห่อมาก เห็นเล่มนี้เล็ก ๆ บาง ๆ เลยหยิบมาอ่านก่อน ชอบแพ็กเกจเขาด้วยนะ คือเขามีซองจดหมายขนาดใส่หนังสือเล่มนี้ได้พอดีติดมาให้ด้วย ลวดลายเดียวกับหนังสือเลย น่ารักดี เผื่อใครอยากซื้อให้เป็นของขวัญให้ใครสักคนงี้ มันเลยดูเก๋ น่ารัก

มันเป็นเรื่องสั้น 9 เรื่อง พูดถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์ทั่วไป เป็นบทสนทนาที่เอาแต่คุยเรื่องความรัก, sex, ความเชื่อ, ทัศนคติ ไม่อ้อยอิ่ง เปิดเผย มีความเซ็กซี่ตรงที่ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด ทิ้งพื้นที่ให้จินตนาการ ไม่ถึงกับหยาบโลน บางข้อความก็น่า quote เก็บไว้ โดยรวมยังไม่ค่อยจับใจ (หรือเราไม่อิน) อีกอย่างเราว่าพิสูจน์อักษรยังไม่เนี้ยบ อ่านจบแล้วคิดถึงเพลง ควันบุหรี่ ของ FREEHAND “สุดท้ายก็จางไปคล้ายควันบุหรี่ แค่เหลือให้จำไว้ว่าความรักนั้นเคยมี”

Midnight Special

midnight_special_wb_1-0-0
Midnight Special (2016, dir. Jeff Nichols) เป็นไซไฟ supernatural ที่นี่คาดเดาไม่ได้เลย สนุกมาก ลุ้น เกร็งตลอดทั้งเรื่อง ดูหนังเกี่ยวกับ E.T. ไม่มาก แต่เรื่องนี้สนุกจับใจมาก (ใจเต้นแรงมาก พูดคำว่าสนุกเปลืองมาก) Jaeden Lieberher น้องเล่นเป็น Alton ได้เก่งมาก สนุกมากจนแนะนำให้เพื่อนดูอะ อยากให้เพื่อนชอบด้วย

 

Hidden Figures

hidden-figures-review-ew
Hidden Figures (2016, dir.Theodore Melfi) สนุกมาก ปลื้มจนน้ำตาไหล ฮือ… ช่วงแรกอึดอัดกับเรื่องกฎ/การให้ความสำคัญกับ Gender ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเป็นผลมาจากการแบ่งแยกสีผิวในยุคนั้นด้วย หลายฉากสะท้อนให้เห็นการแบ่งแยกอย่างชัดเจน เช่น แบ่งแยกห้องน้ำสำหรับคนผิวสี แบ่งแยกการใช้ห้องสมุด แบ่งแยกชั้นเรียน แม้กระทั่งเครื่องกดกาแฟ ทำให้อยากปา Feminism เข้าไป แต่หลังจาก Katherine เกรี้ยวกราดกับบอส Al Harrison มันได้ผล เฮ้ย…ชื่นชมบอสด้วย หลังจากนั้นเขาก็ยกเลิกกฎการแบ่งแยก เท่าที่เห็นคือ ใช้เครื่องกดกาแฟร่วมกันได้ ไม่มีป้ายห้องน้ำสำหรับคนผิวสีอีกต่อไป (ฉากที่บอสทุบเอาป้ายห้องน้ำสำหรับคนผิวสีออกนี่ตื้นต้นจนน้ำตาไหลเฉยเลยจ้า) แล้วก็การเข้าร่วมประชุมสำคัญที่ไม่เค้ยไม่เคยให้ผู้หญิงได้เข้าร่วมก็ถูกยกเว้นเป็นกรณีพิเศษสำหรับ Katherine ในตอนนั้น

Katherine, Dorothy and Mary — they’re very smart เป็นปลื้มกับลุคแบบนี้มาก ทุกคนใน NASA ก็ฉลาดอยู่แล้วแหละ ประหนึ่งหายใจเข้าออกเป็นตัวเลข พอเห็นความเชี่ยวชาญ เห็นพวกเขาจดจ่อกับงานของตัวเองแล้วมันน่าหลงใหล มันปลุกแรงบันดาลใจ มันทำให้คนดูอย่างเราฮึกเหิมกับชีวิต ตัวละครทุกตัวต่างทำหน้าที่ของตัวเอง สีผิวหรือความแตกต่างระหว่างเพศไม่ควรมาเป็นประเด็นในการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ทุกคนต่างเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนระบบให้การทำงานมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล…เป็นหนังที่ให้พลังใจมาก 🚀

ป.ล. ชอบโปสเตอร์เหล่านี้มาก

hidden_figures_ver7

hidden_figures_ver8

hidden_figures_ver9

71aa46612e6f67c6fff08eb273658fb5
🚀 (source: impawards)

This Beautiful Fantastic

955dcc12a5891d9eebe978dfc7170b04a6c86337

This Beautiful Fantastic (2016, dir. Simon Aboud) จริง ๆ ดูเรื่องนี้อยู่สามสี่รอบ เพราะรอบที่แล้ว ๆ มาหลับไปก่อน เพื่อนทักมาว่า ตกลงใครเป็นพระเอกวะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้นัดกันดูเรื่องนี้ เราก็ตอบไม่ได้ ก็เลยมาดูใหม่ แล้วก็แบบ…เฮ้ย มันดีกว่าที่คิด ชอบ เป็นความโปรดปรานของคนรักเรื่องราวที่มีตัวเอกเป็น writer/storyteller, gardener, librarian นี่แหละ character ที่ใฝ่หา นาน ๆ ทีจะมีแบบนี้ให้ดู ชอบ character ของ Bella Brown มาก ที่จริงชอบ character ทุกตัวเลย ทุกตัวโดดเด่นและชัดเจนมาก ตอนแรกก็คิดว่าตาลุงอัลฟี่ขี้โมโหจัง แต่หลัง ๆ ก็ feel good ชอบความที่ Vernon ทำอาหารเก่ง ชอบความเนิร์ดของ Billy ชอบสายตาเวลา Billy มอง Bella เป็นสายตาที่ชื่นชมอย่างตกหลุมรัก เป็นรักที่เรียกได้ว่าเกิดขึ้นที่ห้องสมุดน่าจะได้ โมเมนต์ในฝัน! คิดไม่ถึงว่า Billy จะมีฝาแฝด แอบฉุนแทนเบลล่าตอนที่เห็นแฝด Billy ควงหญิงอื่น แต่สุดท้ายก็เข้าใจกันดี

นอกจากตัวละครแล้ว ชอบบริบทในเรื่องมาก อยากมีบ้านอย่าง Bella แน่นอนจะขลุกอยู่ทั้งวัน กลางวันออกไปทำงานที่ห้องสมุด กลับมาทำสวน กลางดึกเขียนหนังสือ ไลฟ์สไตล์ที่ใฝ่ฝัน แถมมีหนุ่มนักปัญญาประดิษฐ์ผู้หลงใหลการฟังดนตรีมาให้ชื่นใจอีก รัก

this-beautiful-fantastic-movie

ป.ล. ชอบโปสเตอร์เวอร์ชันจีนมาก
ป.ล. พักนี้รู้สึกเขียนอะไรยาว ๆ ไม่ค่อยได้ อาจเป็นผลอันเนื่องมาจากการพยายามเขียนอะไรให้กระชับใน 140 ตัวอักษร ก็เลยสร้าง blog นี้อีก สร้างแล้วสร้างเล่า ไม่เคยยืนยาวสักครั้ง นี่ก็จะพยายามบันทึกให้ได้เรื่อย ๆ มากกว่าเดิม