GREEN

ความหวังและการเติบโต
.
.
.
.
.

‘เมื่อเธอกร้าวแกร่ง กลับเรียบเฉยกับเรื่องที่เคยอ่อนไหวเหลือเกิน เพลงที่เคยซาบซึ้งตรึงใจ บทกวีที่เคยร่ำไห้ บทละครที่แปรปรวนอารมณ์เหลือเกินกลับทำให้นิ่งสุขุมจนน่าใจหาย ดอกไม้สวยเพียงใดไม่ทำให้ภายในใจเธอแช่มชื่น ความตายของกระบองเพชรทั้งทะเลทรายไม่อาจสั่นสะเทือนความโศกเศร้าของเธอ ความน่าเศร้าอย่างหนึ่งคือเมื่อเธอรักสิ่งใดแล้ว เวลาหนึ่งเธอกลับจำได้เพียงว่าเคยรัก ทว่าก็น่ายินดี เธอว่าจะได้ไม่ต้องทรมานกับความรู้สึกนั้นอีก’
“ไง”
“หืม”
“เรามาทำให้เสียอรรถรสในการอ่านหรือเปล่า”
“ก็ไม่เชิง”
เธอปิดหนังสืออย่างเบามือ ถอดแว่น ขยี้ตา หันมามองเขาอย่างเต็มตา พ่อหนุ่มเสื้อสีเขียวมะกอกดูเป็นมิตรกับกระบองเพชรหนึ่งถาดที่เขาถือเข้ามา มันดูเหมือนคุกกี้สีเขียวที่เขาเพิ่งถือออกมาจากไมโครเวฟ บางคราวมันก็ดูเหมือนเม่นสีเขียว แปลกประหลาด แต่ใคร ๆ ก็เอ็นดูและนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น คุณสมบัติพิเศษคือดูแลง่าย ต้องการน้ำน้อย รักแสงแดด และถ้าดูแลอย่างดีก็จะผลิดอกให้เจ้าของเชยชม
“คุณบอกอยากดูแลพืช”
“เราบอกอยากปลูกต้นไม้”
“กระบองเพชรสิ ควรเริ่มจากอะไรที่คุณคิดว่าจะดูแลได้”
“คาดว่าเราคงทำมันตายทั้งถาดแน่ ๆ”
“ก็ไม่แน่”
“ดูแลง่ายใช่ไหม แต่มันก็เคยตายเพราะเราแล้วนะ”
“ดูแลง่ายน่ะใช่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทิ้งขว้างไว้ไม่เหลียวแล ไม่งั้นก็ย่อยสลายไปกับดินก่อนเวลาอันควรเหมือนอย่างที่คุณเคยเล่า”
เขาบรรจงวางถาดกระบองเพชรลงบนโต๊ะไม้สีอ่อน คราวนี้มันดูเหมือนของเล่น รูปร่างเหมือนมิกกี้เมาส์ มีขนสีขาวเล็ก ๆ ปกคลุม ยังนุ่มนิ่ม ไม่ทำร้ายมือ ไม่ปฏิเสธว่ามันน่าเอ็นดู แต่เธอกลัวเหลือเกินว่ามันจะซ้ำรอยเดิม เธอไม่อยากทำร้ายพืชชนิดนี้อีก และมันไม่ควรเสี่ยงกับการดูแลที่คาดเดาไม่ได้ของเธอ
“ไม่คิดว่าจะดูแลให้ดีกว่าเดิมเหรอ”
“ไม่รู้สิ เราก็ไม่กล้ารับปาก คุณก็รู้ว่าเราขี้เกียจระดับไหน”
“เราเชื่อว่าคุณจะขยันขึ้นแน่ถ้าคุณตั้งใจดูแลเจ้าพวกนี้”
“คุณเชื่อ”
“อืม”
จากความหวังดีและตั้งใจกล่อมให้เธอคล้อยตาม อาการมองกันเงียบ ๆ น่าจะเป็นคำตอบในทางที่ดี กระบองเพชรทั้งเจ็ดต้นจึงได้รับการตั้งชื่อตามชื่อวันในภาษาอังกฤษ ป้ายชื่อที่ปักไว้ในกระถางเคียงกับกระบองเพชรมีสีตามวันทั้งเจ็ดอีกด้วย รายละเอียดเล็กน้อยที่แสดงถึงความใส่ใจและความน่ารักนี้ทำให้เธอยิ้มได้ และถ้าเธอยิ้มบ่อย เขาเชื่อว่ากระบองเพชรน่าจะเติบโตอย่างอารมณ์ดี กระบองเพชรจิ๋วทั้งเจ็ดถูกพาไปจัดวางตรงกระถางไม้ริมช่องหน้าต่างบานหนึ่งของบ้าน เขาเดินไปหยิบฝักบัวเล็ก ๆ สีพีชมาวางไว้ใกล้ ๆ กัน
“มันชอบน้ำมากแค่ไหน เราควรรดน้ำยังไง” เธอถามพลางไล้กับหนามเล็ก ๆ อย่างเบามือ
“ไม่บอก”
“ให้เราค้นเอง?”
“อ่าฮะ”
เธอพยักหน้าเงียบ ๆ
“ความตั้งใจและความใส่ใจมันดูกันตรงนี้ก็ได้ ตรงที่เราหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เราปลูก ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เพื่ออะไรรู้ไหม”
“เพื่อที่จะได้รู้จัก แล้วจะได้ดูแลอย่างถูกวิธี”
“ครับ”
“เราคงไม่ appreciate กับการดูแลกระบองเพชร”
“รู้ได้ไง ยังไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ”
“เรารู้น่า”
“งั้นเราเอากลับไปเลี้ยงเอง”
“ไม่ ๆ เราจะลองดู”
“ลอง?”
“โอเค เราจะตั้งใจ”

BLUE

สุขุม ละเอียด
เป็นแรงบันดาลใจ
สบายตา ปลอดโปร่ง
.
.
.
.
.

“ถ่ายไว้ทำไมเยอะ”
“สวยนะ ชอบ เราเคยอ่านเจอในหนังสือที่เขาเก็บภาพก้อนเมฆทุกวัน ทุกวัน รูปร่างไม่เหมือนกันเลย ล้างรูปออกมา เขียนวันที่กำกับ พอแปะรวมกันแล้วเหมือนท้องฟ้าผืนใหญ่เลย เราจะทำแบบนั้นบ้าง แปะไว้บนเพดาน”
เขายิ้มตาหยีพลางหัวเราะในลำคอ เธอมองฟ้า ไม่กี่นาทีถัดมาก็ยกอุปกรณ์ถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพก้อนเมฆลงในอุปกรณ์สี่เหลี่ยม รอยยิ้มระบายหลังเสียงชัตเตอร์ หน้าม้าฟู ๆ พลิ้วอย่างขี้เกียจก่อนเธอจะหันมามองเขาบ้าง และอวดภาพเมื่อครู่
“นี่เหมือน…โดนัท มีรูตรงกลาง” ก้อนเมฆอาจทำให้เธอหิว
“ก้อนเมฆ”
“โดนัท”
“ไม่ใช่โดนัทแล้ว” เขายิ้ม ยกมือชี้ไปยังก้อนเมฆที่เพิ่งโดนเปรียบเปรยแล้วสลายจากการเป็นก้อนโดนัท
“แปลงร่างเป็น…ฟลามิงโก” เธอบอกเสียงตื่นเต้น
“เดี๋ยวก็หมดอายุ”
“…”
“เดี๋ยววันนี้มันก็หมดอายุ”
“อีกแปดชั่วโมงหกสิบนาที”
“อ่าฮะ”

ก้อนเมฆลอยตัวเอื่อย ๆ สายลมทำใบไม้กระทบกัน อากาศแห้งปนชื้น กลีบสีเหลืองของดอกคูณปลิดปลิวมาถึงขากางเกงของเขาโดยที่ไม่มีใครสังเกต
“ก้อนเมฆจะลอยไปไหน” เธอประสานมือไว้รองศีรษะ คราวหน้า วันที่อากาศดี เธอวางแผนจะพกเสื่อรองนั่งมาด้วย ยอดหญ้ามันระคายผิวเกินไป
“ไม่ค่อยรู้เรื่องก้อนเมฆน่ะ”
“มันลอยไปรวมกัน? แต่ก็พบว่ารวมกันไม่ได้? แล้วก็แปลงร่าง? …” น้ำเสียงเหมือนนักพากย์การ์ตูนพลางทำไม้ทำมือประกอบ
เขาเงียบ ไม่น่าจะเห็นด้วย

“ชอบท้องฟ้าตอนไหนมากที่สุด”
“ตอนที่ท้องฟ้ากับทะเลเป็นสีเดียวกัน” คำตอบเดียวกับหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าครั้งที่แล้วที่เขาเคยถาม
“แล้วคุณ”
“ตอนที่มืดที่สุดครับ”
“เพราะคุณชอบดูดาว”